Feeds:
Posts
Comments

เมื่อพระชินสีห์(ผู้มีชัยชนะตลอดกาล)ประทับนั่งภายใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ดีแล้วทรงอธิษฐานจิตตั้งมั่นขึ้นว่า

“เนื้อและเลือดในสรีระนี้แม้จะแห้งเหือดไปหมดสิ้น จะเหลือแต่หนัง เอ็น และกระดูก ก็ตามที หากยังไม่บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ เราจักไม่ลุกจากบัลลังก์นี้”

นี่คือจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่อุดมบุรุษเอกของโลกทรงเคยประสบพบเจอมาในสังสารวัฏนี้(การผจญภัยของโฟรโดที่ฝ่าฟันอันตรายอย่างมากมายระหว่างการนำแหวนแห่งอำนาจของเซารอนไปทำลายในหนัง The Lord of the Rings ยังเทียบกันไม่ได้เลย)

เหตุที่เป็นการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดนั้นเนื่องจากว่าผู้ที่มารุกรานในกาลนี้มิอาจทนเห็นการก้าวย่างอย่างพุทธะของผู้มีชัยชนะตลอดกาลก้าวข้ามพ้นบ่วงของตนไปได้เพราะเป็นผู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความริษยาและยังเพรียบพร้อมไปด้วยฤทธานุภาพอันยิ่งใหญไพศาลราวกับว่าเป็นผู้บำเพ็ญบารมีมาอย่างยาวนานซึงมีนามอันน่าเกรงขามว่า“พระยามาร”{ประวัติความเป็นมาของท่าน} ส่วนเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปนั้นเชิญรับฟังได้เลยครับ

ปล.ถ้าหากจะลองฟังชัยชนะของพระพุทธองค์เรื่องอื่นๆในพระชัยมงคลคาถา{พาหุงมหากา}ที่ท่านสนใจเชิญได้เลยนะครับกลุ่มเสียงธรรมะคีตะทำออกมาได้ดีจริงๆครับสาธุๆ…..

(คลิกฟังได้ที่)2 ชัยชนะต่อพระยามาร

ชัยชนะต่อพระยามาร<—คลิกฟังข้างหน้าครับ

 

“ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย บุคคลอุดมเอก เมื่ออุบัติขึ้นในโลก ย่อมอุบัติเพื่อการเกื้อกูลแก่ชนมาก เพื่อความสุขแก่ชนมาก เพื่ออนุเคราะห์โลก เพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย” พระองค์ทรงเป็นที่พึ่งอันประเสริฐจริงๆดั่งที่พระองค์ได้ทรงตรัสไว้

ที่ผมเขียนบทความนี้ขึ้นมาเพราะต้องการรวบรวมสื่อ(เสียงเป็นส่วนมาก)ธรรมมะต่างๆที่ผมประทับใจเเละอาจจะพอเป็นประโยชน์กับท่านผู้ที่สนใจในธรรมะบ้างด้วยความปรารถนาดีจากใจจริงๆครับ ขอนำมาแบ่งปันให้กับทุกท่าน เริ่มกันเลยดีกว่านะครับ^_^

ธรรมะที่พระพุทธองค์ทรงโปรดเวไนยสัตว์นั้นดูเหมือนมีมากมายเมือ่ยามได้เห็นตู้พระไตรปิฎก แต่ว่าที่ดูเหมือนว่ามากมายนั้นก็คงเป็นเพียงใบไม้กำมือเดียวในป่าใหญ่

บางทีบทสรุปเพื่อง่ายแก่การศึกษาธรรมะของผู้มีเวลาไม่มากนักอาจจะอยู่ใน”พุทธโอวาท ๓ เดือนก่อนปรินิพพาน”ก็เป็นไปได้นะครับ…..

พุทธโอวาทก่อนปรินิพพาน(สำหรับผู้ชื่นชอบในการอ่าน)

พระพุทธโอวาทก่อนปรินิพพานมี5ตอนจบ(คลิกฟังได้ตั้งแต่เลข10เป็นต้นไป)

หลายท่านอาจจะเคยคิดแบบนี้ว่าในเมื่อพระศากยมุนีโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่4 ในภัทรกัปนี้{เป็นกัปแรกที่มีพระพุทธเจ้าบังเกิดขึ้นมามากที่สุดถึง5พระองค์เป็นบุญยิ่งแล้วที่ได้มาเกิดในกัปนี้} 

แสดงว่าพระพุทธเจ้าต้องมีหลายพระองค์อย่างแน่นอน ในเมื่อมีหลายพระองค์ก็ย่อมต้องมีพระพุทธเจ้าพระองค์แรก{ซึ่งมีพระนามอันคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีว่า”สมเด็จองค์ปฐม”นั่นเอง}ที่เสด็จมาโปรดเวไนยสัตว์บนโลกมนุษย์นี้ให้พ้นห้วงแห่งทุกข์ไปได้อย่างแท้จริงมิใช่ครั้งคราวเพียงบางภพชาติเท่านั้น…..

พระธรรมคำสอนของสมเด็จองค์ปฐมช่างเรียบง่ายแต่ลึกซึ้งกินใจยิ่งนักเชิญทุกท่านรับฟังพระธรรมคำสอนของพระองค์ได้นะครับ^_^

ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้นเล่ม ๗ ชุดที่ ๑

ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้น เล่ม ๗ ชุดที่ ๒

งานทางกายกับทางใจ โดยสมเด็จองค์ปฐม{Bonus}

“กฏแห่งกรรม”เป็นเรื่องราวอันลึกลับมากเรื่องหนึ่งในหลายๆเรื่องที่ผู้คนให้ความสนใจกันมาตลอดเวลาอันยาวนาน ทำให้หลายๆคนมักเลือกที่จะไม่เชื่อโดยกลับไปเลือกที่จะเชื่อว่าเป็นเรื่องบังเอิญซะมากกว่า แต่โชคดีมากที่สมัยนี้ยังมีพระอริยเจ้าที่สามารถเข้าใจเรื่องกฎแห่งกรรมได้อย่างลึกซึ้ง เพราะหลวงพ่อท่านได้ถูกหลวงปู่ใหญ่พยากรณ์เอาไว้เมื่อนานมาแล้วระหว่างที่ท่านทั้งสองกำลังอยู่ระหว่างการเดินธุดงค์ในป่าดงพญาเย็นเพื่อทำกิจทางธรรมของหลวงพ่อให้สำเร็จบริบรูณ์

หลวงพ่อได้เมตตาถ่ายทอดเรื่องราวที่ท่านได้ประสบพบเจอมาด้วยตัวของท่านเองและผู้จัดทำก็นำมาถ่ายทอดได้อย่างสนุกสนานราวกับว่าได้ฟังละครวิทยุอันโด่งดังเมื่อวันวานเลยทีเดียว^_^

ทุกสรรพสิ่งย่อมเป็นไปตามกรรม

วัฏจักรชีวิต

{Bonus}ัผลไม้ในตำนาน

{Gift}ไฟที่ร้อนที่สุดในวัฏสงสาร

สำหรับสุภาพสตรีท่านใดที่สนใจในเรื่องการปฏิบัติธรรมแต่ยังขาดกำลังใจหรือแบบอย่างที่สามารถเข้าใจหัวอกความเป็นผู้หญิงได้เป็นอย่างดีเพื่อการปฏิบัติตามอยู่

ลองฟังเรื่องราวและการปฏิบัติธรรมของพระภิกษุณีอิสิทาสีเถรีดูได้นะครับ เริ่มต้นเรื่องมาราวกับได้ยลผลงานของนักกวีเอกเลยทีเดียว….

พระอิสิทาสีเถรี (ตอนชาตินี้ขอสะสางกรรม)

 ^_^    ^_^    ^_^    ^_^    ^_^

สุภาภิกษุณีพระเถรีผู้แกร่งกล้า{bonus}

“เมื่อเราปรินิพพานล่วงไปได้ 500 ปีแล้ว   จะมีบุคคลทั้งสองบังเกิดขึ้น   ธรรมวินัยอันใด อันเป็นของสุขุมที่เราได้แสดงไว้ ธรรมวินัยอันนั้น บุคคลทั้งสองนั้น จะแก้ไขให้หมดฟั่นเฟือน ด้วยการไต่ถามปัญหากัน ดังนี้” พระพุทธเจ้าได้ทรงพยากรณ์เอาไว้

มีอาจารย์ท่านหนึ่งเคยสอนลูกศิษย์ไว้ว่า”ถ้าใครอยากฉลาดและมีปัญญาให้อ่านหนังสือมิลินทปัญหา”  เพราะว่า…..

เรื่องราวการถามตอบปัญหาธรรมกันของผู้เป็นเลิศทางปุจฉาธรรม{พระเจ้ามิลินท์} – ผู้เป็นเลิศทางวิสัชนาธรรม{พระนาคเสน} ธรรมวินัยอันใดอันเป็นของสุขุมที่พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้ท่านทั้งสองจะแก้ไขให้หมดฟั่นเฟือนเปรียบเหมือนการจุดคบไฟขึ้นในความมืด เผยให้เห็นทางสว่างไสวของธรรมอันมีประมาณมิได้ไปตลอดรัชสมัยของพระศากยมุนีโคดมพุทธเจ้า

 เป็นเวลากว่า 2,000 ปี มาแล้ว ที่“มิลินทปัญหา”ได้รับการยอมรับนับถืออย่างมากมายในหมู่ชนต่างๆ ทั่วโลกมาจนทุกวันนี้ตลอดจนถึงการบังเกิดขึ้นของพระพุทธรูปองค์แรกของโลกอันวิจิตรตระการตา โดยการสร้างของพระนาคเสนเถระก็ได้รับความศรัทธาอย่างมากมายในหมู่ชนเฉกเช่นเดียวกัน

มิลินทปัญหา โดย พระอาจารย์ จำรัส จิรวังโส

มิลินทปัญหา ฉบับ ธัมมวิโมกข์

สำหรับท่านใดต้องการหาธรรมะที่สามารถนำมาปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี

ผมคิดว่า”คู่มือมนุษย์”น่าจะเป็นธรรมะที่ดีที่สุดในสิ่งที่ท่านกำลังตามหาอยู่ครับ^_^

คู่มือมนุษย์

แก่นพุทธศาสน์{Bonus}^_^

หัวอกความเป็นพ่อเป็นแม่นั้นเมื่อลูกยังเป็นเด็กอยู่ถ้ามีเวลาว่างมากพอตอนก่อนที่ลูกจะเข้านอนก็อยากจะหานิทานดีดีที่มีคติสอนใจมาอ่านให้ลูกฟังแต่ถ้าไม่มีเวลาจริงๆก็ขอหามาให้ลูกได้อ่านผ่านหูผ่านตาบ้างก็ยังดีเพราะเด็กๆส่วนใหญ่จะขื่นชอบนิทานกันมากเพื่อฝึกให้ลูกมีนิสัยรักการอ่านซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับการศึกษาเล่าเรียนของลูกในอนาคต

ที่สำคัญก็คงได้แต่หวังว่าลูกจะนำคติสอนใจดีๆจากนิทาน{ทดลองอ่านดูก่อนได้นะครับ}ไปเป็นข้อคิดสกิดใจเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันจะได้เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่ดีหรือคนดีของสังคมในภายภาคหน้า ผู้เป็นพ่อเป็นปม่จะได้ชื่นใจ ผมเลยขอมอบนิทานที่ดีที่สุดเท่าที่ผมได้พบมาให้กับทุกท่านที่สนใจหรือท่านผู้ใดที่ชื่นชอบการผ่อนคลายด้วยการอ่านลองดูได้นะครับ เป็นการเล่านิทานของพระอริยะเจ้าผู้มีนามว่า “ท่านจิตโต” มิใช่เพียงการเล่านิทานที่ยอดเยี่ยมเท่านั้นแต่การเทศน์สอนธรรมะของพระอาจารย์ก็ลึกซึงกินใจยิ่งนักเช่นกันครับ{“การสำรวมกาย วาจา ใจ ให้เรียบร้อย ชื่อว่า ศีล การรักษาใจมั่น ชื่อว่า สมาธิ ความรอบรู้ในกองสังขาร ชื่อว่า ปัญญา“}….

นิทาน โดยท่านจิตโต

เสียงเล่านิทานและธรรมะโดยท่านจิตโต

ถ้าหากว่าท่านใดสนใจในการปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง{หลวงพ่อวิริยังค์ลูกศิษย์พระอาจารย์มั่นผู้ที่ได้เขียนหนังสือธรรมะอันทรงคุณค่ายิ่งอย่าง”มุตโตทัย” และท่านยังได้เมตตาเปิดหลักสูตรครูสมาธิเพื่อสอนสมาธิฟรีให้แก่ทุกท่านที่สนใจด้วยดีจริงๆขออนุโมทนาสาธุขอรับ}

แต่ถ้ายังหาเวลาเหมาะๆหรือโอกาสได้ไปปฏิบัติธรรมที่วัดยังไม่ได้เลยเหมือ่นดั่งใจถูกพันธนาการด้วยร่างกายไปซะแล้ว ผมอาจจะพอช่วยหาทางออกที่ดีให้แก่ท่านได้บ้าง คือผมได้มีโอกาสเจอสื่อธรรมะที่น่าสนใจมากๆมาครับ

เพียงแต่ท่านลองนำไปเปิดฟังในห้องพระหรือที่อันสงบใดๆในที่พีกอาศัยของท่านดูน่าจะช่วยให้ท่านสมปรารถนาได้ในเวลาที่ท่านอยากจะปฏิบัติธรรมครับ^_^

เสียงอ่านหนังสือ” รู้แจ้งในชาตินี้ “{In This Very Life}

ปล.ถ้าหากท่านใดสนใจหลักธรรมชั้นสูงอันเป็นเหมือนดั่งยานพาหนะที่จะนำพาท่านไปสู่การรู้แจ้งในธรรมอย่าง

โพชฌงค์” เชิญท่านฟังได้ตั้งแต่ไฟล์ที่ 14 เป็นต้นไปครับ^_^

บางครั้งประวัติศาสตร์{ไทย}ที่ได้ถูกจารึกเอาไว้ก็อาจจะมีบางอย่างที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงไปได้ ทำให้ความจริงกับสิ่งที่ได้ถูกจารึกเอาไว้เป็นเหมือนคนละเรื่องเดียวกันไปเลย

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการค้นหาความจริงตามหลักกาลามสูตรเหมือนผม  ลองค้นหาความจริงกันได้เลยนะครับ….

ความจริงของจอมราชันย์ผู้ยิ่งใหญ่

<====[]=0___0=[]====>

“เสินหนงเปินเฉ่า” ซึ่งเป็นคัมภีร์โบราณเก่าแก่ที่สุดของจีนและมีผู้คนนับถือมากที่สุดอีกด้วย ได้กล่าวไว้ว่า เห็ดหลินจือเป็น เทพเจ้าแห่งชีวิต ( Spiritual essence ) มีพลังมหัศจรรย์ ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง บำรุงร่างกายใช้เป็นยาอายุวัฒนะในการยืดอายุออกไปให้ยืนยาว…

ชาวจีนโบราณต่างยกย่องเห็ดหลินจือไว้อย่างเหนือชั้น ว่าดีที่สุดในหมู่สมุนไพรจีนแล้วยังปลอดภัยไม่มีพิษใด ๆ ต่อร่างกาย สามารถนำมาใช้ได้เป็นเวลานาน

ซึ่งผลการทดลองข้างล้างนี้เป็นเครื่องรับประกันได้เป็นอย่างดีว่า “เห็ดหลินจือเป็นยาอายุวัฒนะ”

นพ.สุรพล รักปทุม (ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์10000ปี และที่สำคัญท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องเห็ดหลินจือ)  ท่านได้นำเห็ดหลินจือให้หนูทดลองกินกลุ่มหนึ่งอีกกลุ่มเลี้ยงตามปกติปรากฎว่าหนูทดลองที่ได้กินเห็ดหลินจือเป็นประจำจะมีอายุไขได้มากสุดถึง 7 ปีหลายตัว แต่กลุ่มที่ไม่ได้ให้กินและเลี้ยงตามปกติส่วนมากจะมีอายุไขแค่ประมาณ 2 ปีเท่านั้นเอง…

“ขอให้ฮ่องเต้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานหมื่นปีหมื่นๆปี”  ที่ผู้ชมมักจะได้ยินเหล่าขุนนางสรรเสริญฮองเต้ในหนังจีนอยู่บ่อยๆนั้นน่าจะได้รับอิทธิพลมาจากเห็ดหลินจือ เนื่องจากเห็ดหลินจือมีอีกนามหนึ่งว่า “หมื่นปี” นั่นเองจึงถือได้ว่าเห็ดหลินจือเป็นสัญลักษณ์แห่งความมีอายุยืนหรือความเป็นอมตะก็ว่าได้ เช่น….

การค้นพบหลักฐานจากภาพวาดผู้นำและเทพเจ้าของชาวเขาเผ่าเย้าว่ามีรูปของเห็ดหลินจืออยู่บนศรีษะลักษณะคล้ายสิ่งที่เรียกกันว่าหมวกในสมัยปัจจุบันเป็นต้นครับ…

หรือจะลองรับชมประวัติความเป็นมาของเห็ดหลินจือได้จากlinkข้างล่างนี้ดูได้นะครับ^_^

ประวัติความเป็นมาของเห็ดหลินจือ

เห็ดหลินจือมีคุณสมบัติที่สามารถรักษาโรคต่าง ๆ ได้อย่างกว้างขวาง…..

แต่ถ้าหากว่าท่านผู้ใดมีญาติอันเป็นที่รักที่เคารพกำลังป่วยอยู่หรือท่านมีโรคประจำตัวใดๆอยู่ก็ตามที่ทำให้ตัวท่านกลัดกลุ้มใจอยู่ในเวลานี้ลองชมคลิปเรื่องสรรพคุณทางยาในเห็ดหลินจืนที่ผมนำlinkมาให้ดูนะครับ…

เพื่อว่าบางทีเห็ดหลินจืออาจจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับปัญหาที่ท่านกำลังเผชิญอยู่ก็เป็นไปได้ครับ^_^

คุณสมบัติของเห็ดหลินจือในการรักษาโรค

เห็ดหลินจือที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาตินั้นมีมากกว่า 200 สายพันธุ์แต่สำหรับสายพันธุ์ที่นิยมว่ามีสรรพคุณทางยาดีที่สุดคือ กาโนเดอร์ม่า ลูซิดั่ม (Ganoderma lucidum) หรือสายพันธุ์สีแดงนั่นเองครับ…

ปัจจุบัน มีผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับเห็ดหลินจือออกมาจำหน่ายกันเป็นจำนวนมาก… (เช่นในlinkที่ผมนำให้ได้ชมกันก็มีคงเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งในจำนวนมากเหล่านั้นครับ)

เพราะฉะนั้นการเลือกผลิตภัณฑ์เห็ดหลินจือแดง(กาโนเดอร์ม่า ลูซิดั่ม) ควรจะศึกษาตั้งแต่วิธีการเพาะปลูก ซึ่งเป็นกระบวนการที่สำคัญมากเพราะการจะได้เห็ดหลินจือแดงที่มีคุณภาพที่ดีนั้น ตัวเห็ดหลินจือแดงเอง จะต้องได้รับการเพาะเลี้ยงในสภาวะที่เหมาะสม ทั้งในเรื่องความชื้น แสงสว่าง และสารอาหารที่ได้รับ ส่วนขั้นตอนการแปรรูป ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ เพราะถือเป็นกระบวนการที่จะสกัดสารโพลีแซคคาไรด์จากตัวเห็ดหลินจือแดงเองออกมาให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้การบรรจุภัณฑ์ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องให้ความสนใจไม่แพ้กัน ควรเป็นบรรจุภัณฑ์ที่สามารถกันความชื้นได้ดี เพราะว่าความชื้นจะทำให้เห็ดหลินจือแดงขึ้นราได้ เนื่องจากเห็ดหลินจือแดง(กาโนเดอร์ม่า ลูซิดั่ม) ค่อนข้างไวต่อความชื้นมาก

ผมบังเอิญได้ไปพบเจอบริษัทที่เชี่ยวชาญในการเพาะปลูกและผลิตเห็ดหลินจือแดงมากบริษัทหนึ่งในโลกมาครับ^_^

บริษัทแห่งนี้ได้ทำการคัดเลือกเห็ดหลินจือแดงจำนวน 6 สายพันธ์จากเห็ดหลินจือแดง200สายพันธ์ ที่มีคุณสมบัติทางยาดีที่สุดมาทำการเพาะปลูกโดยใช้วัสดุอินทรีย์แบบธรรมชาติ(ไม่มีการใช้สารเคมี ยาฆ่าแมลงหรือฮอร์โมนเพื่อเร่งการเจริญเติบโตใดๆทั้งสิ้น) แล้วเลี้ยงแบบถุงแขวนเพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากสิ่งสกปรกอื่นๆ ภายในโรงเพาะเห็ดหลินจือแดงจะถูกควบคุมอุณหภูมิไว้ที่ระดับ 28-32 °C แล้วจะค่อยๆพ่นละอองน้ำบนเห็ดหลินจือและน้ำเลี้ยงบนหลังคา เพื่อให้ได้ค่าความชื้นสัมพัทธ์ประมาณ 80-90% ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าเห็ดหลินจือแดงจะโตเต็มทีใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ3-4เดือน หลังจากนั้นก็เก็บเกี่ยวมาทำการสกัดด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยทีเรียกว่าวิธีการสกัดเย็นเพื่อให้การแตกสปอร์ของเห็ดหลินจือคงคุณภาพทางยาเอาไว้อย่างครบถ้วนที่สุด เนื่องจากถ้าสปอร์ของเห็ดหลินจือโดนความร้อนตัวสปอร์ของเห็ดหลินจือจะสูญเสียคุณภาพไป25-30%ครับ บริษัทแห่งนี้มีชื่อว่า “บริษัท กาโน เอ็กเซล เอ็นเตอร์ไพรส์”

ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากเห็ดหลินจือแดง6สายพันธ์ที่มีคุณสมบัติทางยาดีที่สุดโดยเฉพาะ ตรา จี อี(GANO EXCEL)

เชิญท่านผู้สนใจในเห็ดหลินจือร่วมรับขมความเป็นมาของบริษัทและดูกระบวนการผลิต(อยู่ในช่วงนาทีที่2.25-3.37ครับ)ของบริษัทกาโน เอ็กเซล เอ็นเตอร์ไพรส์กันได้เลยนะครับ

ปล.ถ้าท่านสนใจลองหามาทานดูนะครับน่าจะหาได้ไม่ยากครับ(linkข้างล่างนี้ก็มีจำหน่ายนะ)สุขภาพร่างกายจะได้แข็งแรงๆ

เว็ปalternativecomplete (ขอขอบคุณคุณเสาวนีย์ที่ช่วยเหลือผมด้วยดีมาตลอดครับ)

หรือถ้าหากท่านสนใจจริงๆกรุณาติดต่อผมได้นะครับ ยินดีต้อนรับครับและถ้าท่านยังคงสงสัยในเรื่องใดก็ตามยินดีให้คำปรึกษาทุกเรื่องครับ ติดต่อผมได้นะครับตามเบอร์หรือmailข้างล่างนี้

{089}076-1350 หรือ neosaisea007@gmail.com ซีครับ ^_^

คุณภาพเห็ดหลินจือแดงกาโน่คุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปอย่างแน่นอนครับ เพราะบริษัทไม่ได้ขึ้นราคาขายเห็ดหลินจือแดงเลยมาประมาณ10ปีแล้วครับ…..

ถ้าหากว่าวันไหนท่านมีเวลาว่างมากพอในการออกกำลังกายหลังจากที่ท่านแกว่งแขนเสร็จแล้ว(วันล่ะ1000ขึ้นไปจะดีต่อสุขภาพมากครับ)

ผมขอแนะนำให้ลองออกกำลังกายต่อแบบหมอเขียวดูนะครับ จะช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดีไม่ติดขัดเพราะของเสียจากร่างกายจะถูกขับออกมาทางเส้นลมปราณด้วยนะครับ…(มีสองคลิปดูต่อเนื่องได้เลยครับ)

ในวันหยุดบางครั้งท่านอาจจะอยากทำอาหารสุขภาพให้คนที่คุณรักลองทานดูบ้าง

แต่มีคำถามเกิดขึ้นในใจว่านึกไม่ออกว่าจะทำอะไรดี   หรืออยากหาเมนูอาหารสุขภาพที่ทำออกมาแล้วรสชาติดีอร่อยทานได้ง่าย คลิปที่ผมนำมาให้ได้ชมกันน่าจะตอบคำถามคาใจเหล่านี้ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวครับ……

คนเรามักจะพยายามหาอาหารอันเป็นที่น่าพึงพอใจในรสชาติมารับประทานอย่างน้อยๆก็น่าจะวันละมื้อเพื่อเป็นรางวัลประจำวันให้แกชีวิตก็ว่าได้…

แน่นอนว่าอาหารที่มีรสชาติดีอร่อยที่คนเรารับประทานเข้าไปนั้นเกือบทั้งหมดมักจะเป็นการค่อยๆสะสมพิษเอาไว้ภายในร่างกาย ถือเป็นโอกาสดีมากที่ผมได้พบวิธีถอนพิษออกจากร่างกายอย่างง่ายๆเลยขอนำมาฝากให้ทุกท่านที่สนใจลองนำไปใช้ดูนะครับ

วิธีที่ดีที่สุดในการถอนพิษออกจากร่างกายอย่างง่ายๆคือ การดื่มน้ำผลไม้คั้นสดหรือน้ำมะพร้าวอ่อนให้ได้ทั้งวันหนึ่งครั้งต่อสัปดาห์…(ถ้าไม่ไหวจริงๆก็อาจจะเริ่มทดลองจากเดิอนละครั้งก่อนก็ได้ตรับเมือ่ลองแล้วจะรู้สีกได้เลยว่าภายในร่างกายสบายจริงๆไม่รู้สึกอึดอัดหรือแน่นๆเหมือนวันที่ทานอาหารตามปกติเลย)

ถ้าลองทำน้ำผลไม้ดื่มแล้วรู้สึกว่าไม่อยู่ท้องหรือไม่ค่อยมีแรงเลยก็เปลี่ยนเป็นทานผลไม้ทั้งวันแทนไปก่อนก็ได้ครับ…

ส่วนสูตรการทำดีท๊อกซ์ด้วยน้ำผักผลไม้ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยพบมาจะเป็นของคุณหมอแกนครับ วิธีทำอาจจะต้องใช้เวลามากหน่อยนะครับแต่คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปอย่างแน่นอนครับ…^_^

สูตรDetox_PoPatas

แต่ก่อนที่ท่านผู้สนใจจะทดลองทำดีท๊อกซ์ด้วยน้ำผักผลไม้ด้วยสูตรของคุณหมอแกนดื่มผมคืดว่าทุกท่านควรจะทราบที่มาที่ไปของสูตรนี้จากตัวคุณหมอแกนเองดูก่อนว่าท่านเห็นด้วยหรือไม่…

เมื่อท่านสนใจมาลองฟังที่มาที่ไปของสูตรดีท็อกซ์นี้จากคุณหมอแกนแล้ว

ผมขอร้องให้ทุกท่านได้โปรดเปิดใจให้กว้างก่อนเพราะผมเชื่อว่าต้องมีบางประเด็นที่ท่านไม่เห็นด้วยกับคุณหมอแกนอย่างแน่นอน

เพราะฉะนั้นเพื่อประโยชน์ของท่านเองขอให้ท่านได้โปรดมุ่งความสนใจไปที่สูตรน้ำผักผลไม้ของหมอแกนก่อนเถิดครับว่าเป็นมาอย่างไรน่าจะดีกว่าโดยมองข้ามบางประเด็นที่ไม่เห็นด้วยไปก่อนจะได้เป็นประโยชน์กับตัวท่านเองมากกว่านะครับ….

ครั้งหนึ่งพระพุทธองค์ได้เคยประทานพระโอวาทให้แก่พระเจ้าปเสนทิโกศลในเรื่องธรรมะที่ทำให้อายุยืนว่า

“คนที่มีสติอยู่ตลอดเวลา รู้จักประมาณในการบริโภค ย่อมมีเวทนาเบาบาง แก่ช้า ครองอายุอยู่ได้นาน”   ไม่ช้าไม่นานหลังจากที่พระเจ้าปเสนทิโกศลได้ทรงนำพระโอวาทของพระจอมมุนีไปปฏิบัติผลดีก็บังเกิดแก่พระองค์ ทำให้พระวรกายของพระองค์แข็งแรงจนหาผู้ใดเทียบได้ยาก

เพราะฉะนั้นถ้าหากท่านผู้อ่านต้องการเป็นผู้รู้จักประมาณในการบริโภคเพื่ออานิสงค์ที่พระตถาคตได้ทรงตรัสไว้ดีแล้ว โปรดลองพิจารณาในระหว่างรับประทานอาหารว่า

“เรารับประทานอาหารเพื่อบำบัดโรคประจำตัวอันได้แก่โรคหิวมิใช่เห็นว่าเป็นความสุขอย่างหนึ่งทางโลก” ไปบ่อยๆเรื่อยๆอย่างที่พระอริยะเจ้าในยุคปัจจุบันเมตตาแนะนำเคล็ดลับเอาไว้ให้ครับอาจจะได้ผลดีเป็นที่น่าพึงพอใจเลยทีเดียว

แต่ถ้าหากท่านสามารถฝึกเจริญอิทธิบาท ๔ จนแคล่วคล่องชำนาญดีแล้วรับรองได้เลยว่าท่านจะมีอายุยืนยาวราวกับว่ามีชีวิตเป็นอมตะเลยทีเดียว เพราะพระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสไว้ว่า

“อานนท์ ผู้อบรมอิทธิบาท ๔ มาอย่างดีและทำจนแคล่วคล่องแล้วอย่างเรานี้ หากปรารถนาจะมีชีวิตอยู่ถึง ๑ กัลป์ (คือ ๔,๓๒๐,๐๐๐,๐๐๐ ปีมนุษย์) ก็สามารถจะมีชีวิตอยู่ได้”

ได้ถูกรับรองโดยนายแพทย์กฤษดา ศิรามพุช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์อายุรวัฒน์ปัจจุบัน สรุปไว้ในหนังสือ สูตรลับ Anti-aging จากพระไตรปิฎกว่า “อิทธิบาท 4เมื่อพิจารณาดูอย่างถี่ถ้วนแล้ว ทั้ง ฉันทะ วิริยะ จิตตะและวิมังสา ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตเป็นสุข”

ส่วนพยานผู้ที่จะมารับรองพุทธวจนะได้อย่างน่าเชื่อถือที่สุดจะเป็นผู้ใดไปไม่ได้นอกจากหลวงปู่ใหญ่ที่ชาวพุทธให้การเคารพนับถือเป็นอย่างสูงร่วมถึงผมด้วยครับ

ถ้าท่านสนใจเรื่องราวของหลวงปู่ใหญ่ลองฟังได้จากlinkที่ผมนำมาให้ได้เลยครับ

หลวงปู่เทพโลกอุดร

{Gift}เมื่อยามที่ท่านเกิดอยากทราบขึ้นมาว่าเรื่องราวอันน่าเหลือเชื่อและการเทศน์สอนธรรมของท่าน(หลวงพ่อดำ หรือ หลวงพ่อในป่า)เป็นอย่างไรจากหลวงพ่อเจริญวัดป่ามะม่วงดูบ้างลองคลิกฟังตามลำดับจากlinkข้างล่างนี้ได้เลยนะครับ เจริญธรรมครับ

มักกะลีผลบทที่ 79

นารีผลตั้งแต่บทที่ 75 เป็นต้นไป^_^

เรื่องยาพระพุทธเจ้านั้นก็น่าสนใจมากเช่นกันได้อยู่ในสิ่งที่บรรพชิดพี่งปฏิบัติเพื่อการยังชีพหรือ”นิสัย4″นั่นเองครับ ทรงตรัสไว้ว่า”ให้ฉันท์น้ำมูตรเมื่ออาพาทเจ็บป่วย”

ผมได้มาสนใจเรื่องนี้เพราะเห็นหมอเขียวได้นำยาพระพุทธเจ้ามาใช้ในชีวิตประจำวันที่ออกรายการคนค้นคนครับอยู่ช่วงท้ายๆของคลิปที่ผมหามาให้ได้ชมกันและต่อด้วยช่วงต้นๆของคลิปต่อไปนะครับ…^_^

ถ้าหากท่านได้ดูคลิปแล้วอาจจะเกิดความสงสัยเหมือนกับผมว่ายาพระพุทธเจ้านั้นจะช่วยในเรื่องสุขภาพได้ดีจริงๆหรือเปล่า รักษาโรคได้อย่างไร เป็นต้น… 

เชิญทุกท่านลองฟังงานสัมมนาหรืออ่านบทความของหมอเขียวข้างล่างนี้ได้เลยครับหลังจากท่านได้ฟังสัมมนาหรืออ่านบทความของคุณหมอจบแล้วจะช่วยคลายข้อสงสัยของทุกท่านได้เป็นอย่างดีจริงๆครับ….

ยาพระพุทธเจ้า

ภายใต้บรรยากาศอันเขียวขจีแห่งแมกไม้อันน่ารื่นรมย์ ผมขอนำวิธีการดูแลสุขภาพของหมอผู้ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่งผู้มีนามว่า “หมอเขียว” มาให้ทุกท่านได้เรียนรู้กันนะครับ

จากบุรุษหนุ่มผู้มีความศรัทธาในการรักษาทางการแพทย์แผนปัจจุบันว่าคือคำตอบในการรักษาผู้ป่วยได้ดีที่สุด หลังจากเวลาผ่านไป3ปีในการรับราขการภายในรพ.ทำให้ได้ค้นพบความล้มเหลวใหญ่ๆ3เรื่อง(ความเจ็บป่วยเพิมมากขึ้น,ค่ารักษาแพงมากขึ้น,ผู้ป่วยพี่งพาตนเองได้น้อยลง)ในการรักษาทางการแพทย์แผนปัจจุบันราวกับว่าค้นพบได้ปีล่ะเรื่องเลยทีเดียว

จนนำไปสู่จุดเริ่มต้นในการให้กำเนิดหมอผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์การเเพทย์ทางเลือกวิธีพุทธผู้มีนามว่าหมอเขียวนั่นเองครับ

วิธีการดูเองตัวเองง่ายๆที่คุณหมอค้นพบก็คือการทำน้ำใบย่านางดื่มก่อนทานอาหารจะช่วยป้องกันความร้อนจากอาหารที่จะไปทำให้เกิดภาวะร้อนเกินได้เนืองจากคนไทยทุกวันนี้จะป่วยด้วยภาวะร้อนเกินเป็นส่วนใหญ่ครับ

เมื่อยามที่ท่านอยากจะทราบเรื่องสรรพคุณของใบย่านางในการรักษาโรคหรือวิธีการนำไปใช้รักษาโรค 

โปรดลองหาซื้อหนังสือย่านางของหมอเขียวมาอ่านดูนะครับราคายังถูกกว่าข้าวราดเเกงจานหนึ่งซะอีกคุ้มค่ามากจริงๆหรือลองอ่านจากlinkที่ผมนำมาให้ ทดลองศึกษาคร่าวๆไปก่อนก็ได้ครับ

สรรพคุณของใบย่านางและวิธีการใช้รักษาโรค

ถ้าหากท่านสนใจวิธีการรักษาของหมอเขียวภายในค่ายสุขภาพหรืออยากรู้จักหมอเขียวให้มากขึ้นลองดูได้จากรายการ “คนค้นคน” 2ตอนจบครับในyoutubeก็มีครับดูเพลินแถมยังได้เคล็ดไม่ลับในการดูแลสุขภาพอีกด้วยดีจริงๆครับ…

การดูแลสุขภาพตามแบบของหมอเขียวจะใช้หลัก “ยา9เม็ด”หรือเทคนิค9ข้อทดลองศึกษาดูได้จากlinkและคลิปที่ผมนำมาลงให้ได้นะครับ

ยา9เม็ด

แต่ถ้าหากท่านใดเกิดความสงสัยขึ้นมาว่าจะทำอย่างไรให้อายุยืนยาวโดยที่ร่างกายยังคงแข็งแรงดีอยู่พร้อมกับกลไกการเกิด และหายโรคแบบแพทย์วิถีพุทธ งานสัมมนาข้างล่างนี้มีคำตอบให้ท่านครับ

ผมคิดว่าบางท่านอาจจะรู้สึกอยากลองฟังงานสัมมนาเรื่องอื่นๆของหมอเขียวในการดูแลสุขภาพเหมือนผมดูบ้าง

เพราะเมือผมได้ฟังหมอเขียวท่านพูดแล้วรู้สึกเพลิดเพลินดีแถมยังได้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพอีกด้วยดีจริงๆเลย…^_^

ผมจึงถือโอกาสรวบรวมงานสัมมนาอื่นๆที่น่าสนใจของคุณหมอเขียวไว้เป็นLinkข้างล่างนี้นะครับ

การทานอาหารปรับสมดุล(6 ตอนจบ)

การถอนพิษจากร่างกาย(3 ตอนจบ)

พรหมวิหาร 4(ตอนเดียวจบ)

ปรมาจารย์ตั๊กม้อ หรือ ท่านอาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ผู้มีนามว่า”ตั๊กม้อ” นั่นเอง

เรื่องราวของท่านปรมาจารย์ตั๊กม้อ(คร่าวๆนะครับ)นั้นน่าสนใจมากเช่น

การข้านลำน้ำโดยอาศัยต้นอ้อท่อนหนึ่งที่ท่านหักมาเป็นเหมือนดั่งยานพาหนะแทนเรือข้ามฟาก เมื่อท่านได้เจอผู้คนมาลองภูมิธรรมของท่านมิใช่มาเพื่อหาหนทางรู้แจ้งในธรรมจากท่านอย่างมากมายท่านจึงหลีกเร้นจากผู้คนไปนั่งเจริญสมาธิในถ้ำเป็นเวลานานถึง9ปีเลยทีเดียว หรือที่ผู้คนให้ความสนใจกันเป็นอย่างมากคงเป็นเรื่องที่ใช้วิทยายุทธปรามปราบคนพาลเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านระหว่างทางที่ท่านเผยแพร่ธรรม จนมีผู้กำกับนำเรื่องราวของท่านมาสร้างเป็นละครหรือหนังให้ได้ชมกันครับ

ไหนๆก็ได้พูดถึงเรื่องวิทยายุทธแล้วผมก็เลยถือโอกาสนำการประลองยุทธของศิษย์รุ่นหลังของท่านมาให้ได้ชมกันก่อนเข้าเรื่องสุขภาพนะครับ…

ปล.ถ้าหากท่านผู้เยี่ยมเยือนต้องการเพิ่มอรรถรสในการชมคลิปการประลองยุทธที่ผมนำมาให้ได้ชมกันลองฟังเพลงในคลิปดูนะครับ เพราะทั้งคู่เข้ากันได้เป็นอย่างดีเลยที่เดียวครับ



เอ่อคือว่าคลิปหลังสุดเป็นศิษย์สายพันธุ์ใหม่ที่พึ่งถูกค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ครับ ^_^

ท่านปรมาจารย์ตั๊กม้อได้เมตตาเขียนคัมภีร์เพื่อส่งเสริมสุขภาพไว้ 3 เล่ม บทความนี้จะขอพูดถึงแต่คัมภีร์ อี้ จิน จิง ครับซึ่งก็คือวิชาเปลี่ยนเส้นเอ็นนั่นเอง…

สาเหตุที่ทำให้ท่านโพธิธรรมเขียนคัมภีร์เหล่านี้ขึ้นมาเพราะว่าคราหนึ่งในระหว่างการเทศนาธรรมและการเจริญสมาธิของท่านกับศิษย์ ท่านพบว่าหลวงจีนหลายรูปมีสภาพร่างกายที่อ่อนแอเนื่องจากหลวงจีนเหล่านี้มุ่งเน้นการฝึกจิตเพื่อเข้าถึงธรรมจนล่ะเลยร่างกายไป ท่านจึงได้ดำริขึ้นมาว่า

“ร่างกายที่แข็งแรงเท่านั้น จึงจะช่วยยืนหยัดในการฝึกจิตจนบรรลุธรรมได้สำเร็จ “

โดยส่วนตัวผมคิดว่าเป็นการออกกำลังที่ง่ายและได้ผลดีอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

ถือได้ว่าเป็นของขวัญอันล้ำค่าที่ท่านปรมาจารย์ตั๊กม้อได้ทิ้งเอาไว้ให้เพียงแต่ท่านอาจจะต้องพยายามปฏิบัติให้ได้อย่างต่อเนื่องก็เท่านั้นเองครับ วิชานี้บังเอิญเป็นตรงกับที่หลวงพ่อจรัญ ท่านเทศน์ไว้ว่า

“เพื่อสุขภาพที่ดีตื่นเช้าแล้วแกว่งแขนและแตะขาขึ้นให้ได้อย่างละ100ครั้ง อย่าพึ่งล้างหน้าให้ดื่มน้ำสะอาด5แก้ว(ถ้าอายุเกิน45ให้ดื่มน้ำต้มครับ) “

ถ้าท่านต้องการให้สุขภาพเเข็งแรงตลอดไปหรือมีโรคประจำตัวอะไรบางอย่างอยู่ลองนำวิชานี้ไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันดูนะครับผมเชื่อว่าวิชานี้เป็นทางเลือกในการออกกำลังกายที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งเลยทีเดียวครับ ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมอบคัมภีร์เล่มนี้ให้ท่านได้นำไปศึกษาครับ…..

กายบริหารแกว่งแขน

การแกว่งแขนกับการบำบัดโรค


ก่อนอื่นเพื่อเพิ่มอรรถรสในการชมภาพและเรื่องราวดีดีที่ผมจะนำมาให้ทุกท่านได้อ่านกันครับ

ลองคลิกฟังเพลงจากคลิปข้างล่างนี้ดูนะครับ (เป็นบทเพลงที่ไพเราะมากราวกับว่าพระอภัยมณีได้มาเป่าปี่ให้คุณได้ฟังเลยทีเดียว)

เมื่อยามที่สุขภาพของคนเรานั้นสมบรูณ์แข็งแรงดีอยู่ไร้ซึ่งโรคภัยใดๆมาเบียดเบียนก็คงเหมือนดั่งยามที่มวลหมู่พฤกษาบานสะพรั่งมิรู้โรยราอันงดงามน่าชื่นชมยินดีแด่ผู้ได้พบเห็น หรือว่าแท้จริงแล้วอาจเป็นพรอันประเสริฐที่ท่านผู้นั้นได้สร้างเหตุมาแต่กาลก่อน…..

แข็งแรง แข็งแรง แข็งแรง ไม่เจ็บไม่ป่วย

น้อยคนนักที่ได้มีโอกาสไปไหว้พระขอพรแล้วในเรื่องนี้จะไม่เป็นหนึ่งในพรที่ขอให้กับตนเองหรือบุคคลอันเป็นที่รัก คงถือเป็นเรื่องที่น่าปรารถนาของคนเราเกือบทุกคนก็ว่าได้รวมถึงผมด้วยครับ

เพราะฉะนั้นถ้าได้มีโอกาสทราบเหตุแห่งการมีอายุยืนมีโรคน้อยหรือแม้กระทั่งการมีผิวพรรณสดใสรูปโฉมงามสะอาดด้วยแล้วก็คงเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย

ถ้าท่านผู้อ่านปรารถนาในสิ่งเหล่านี้ที่ผมได้ว่ามาแล้วถือเป็นโอกาสอันดีมาก เนื่องจากสิ่งเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องใช้เงินใช้ทองไปซื้อยาวิเศษแต่ประการใดเพราะสิงเหล่านี้เป็นอานิสงค์เพียงเล็กน้อยเท่านั้นแห่งการรักษาศีลข้อ1ทีมีมากมายถึง23ประการเลยทีเดียว เพียงแค่ท่านรักษาศีลข้อ1ไว้ได้อานิสงค์ที่เป็นที่น่าพึงพอใจจะอยู่กับท่านไปตราบนานเท่านาน…..

คุณและโทษของศิลข้อที่1(เรียบเรียงโดยกลุ่มจุดตะเกียง)

ในฤดูที่ดอกไม้บาน  เป็นฤดูที่ยังความรื่นรมย์ให้แก่มนุษย์และสัตว์  ดอกไม้หลากชนิด  หลายสี 
บานสะพรั่ง  อวดสี และกลิ่นอยู่บนต้น  บางอย่างหอมมาก  บางอย่างหอมน้อย  บางอย่างไม่หอมเลย  บาง
อย่างสวยทั้งสี  และกลิ่น  บางอย่างสีสวยแต่ไม่มีกลิ่น  บางอย่างไม่สวยทั้งสี  และกลิ่น  บางอย่างหอมชั่ว
เวลาเช้า  บางอย่างหอมตอนสาย  บางอย่างหอมเวลาบ่าย  บางอย่างหอมเวลาเย็น  บางอย่างหอมเฉพาะ
กลางคืน  บางอย่างหอมทั้งวันทั้งคืน  แต่บางอย่างก็หอมทนอยู่ได้หลายวัน  ถึงกระนั้นเมื่อเหี่ยวแห้งร่วงโรย
แล้วก็หมดหอม  ไม่มีดอกไม้ชนิดใดเลยที่จะหอมอยู่เป็นนิจทั้งในเวลาบาน และโรยหล่น แม้เมื่อเวลาบาน
อยู่  ถูกลมพัดร่วงพรูจากต้น  ลงประดับพื้นดินจะยังมองดูงามแปลกตา  และกลิ่นของมันยังหอมกรุ่น  เป็น
ที่ชื่นชอบของผู้พบเห็น  แต่เมื่อมันเหี่ยวแห้งอับเฉา  ก็ไม่เป็นที่ต้องการของผู้ใด

แต่คนมีศีลมิได้เป็นเช่นนั้น

คนมีศีลนั้นหอมอยู่เสมอ  หอมทั้งตามลม  และทวนลม  หอมทั้งในเวลามีชีวิตอยู่  และละโลกนี้
ไปแล้ว  เป็นที่ชื่นชมรักใคร่ของคนทั่วไปในเวลาที่มีชีวิต  เป็นที่เสียดายอาลัยรัก  และกล่าวขวัญสรรเสริญ
ถึงในเวลาที่ตายไป  ทั้งนี้เพราะตลอดเวลาที่มีชีวิต  คนมีศีลไม่มีพิษมีภัยต่อผู้ใด  มีกิริยาวาจาละมุนละไม
น่ารัก  ไม่ฆ่าตี  ข่มเหง  เบียดเบียน  ทำร้ายใคร  ทั้งด้วยกาย  และวาจา  ประกอบด้วยความเมตตากรุณา
แก่สัตว์ทั้งปวงอยู่เป็นนิจ

เพราะฉะนั้น  ผู้รักษาศีลดีแล้ว  จึงไม่ต้องตั้งเจตนาปรารถนา ขอความไม่เดือดร้อนและ
ความสุข  จงเกิดแก่เรา  ด้วยว่าความไม่เดือดร้อนและความสุข  ย่อมเกิดแก่ผู้มีศีลเป็นธรรมดา 
แต่ผู้ทุศีลถึงจะตั้งเจตนาปรารถนาว่า  ขอความไม่เดือดร้อนและความสุขจงเกิดแก่เรา  เขาก็หา
ได้รับผลสมตามเจตนาไม่  เพราะความเดือดร้อน  และความทุกข์ย่อมเกิดแก่ผู้ทุศีลเป็นธรรมดา”พระพุทธเจ้าตรัสไว้
 

อานิสงส์ของการรักษาศีล ๕ ในแต่ล่ะข้อรวมถึงโทษภัยแห่งการละเมิดด้วยครับ(เรียบเรียงโดยกลุ่มจุดตะเกียง)



Follow

Get every new post delivered to your Inbox.